รีวิว A Knight of the Seven Kingdoms อัศวินแห่งเจ็ดราชอาณาจักร เรื่องเล่าของอัศวินพเนจรที่ดีที่สุดในจักรวาล GoT

รีวิว A Knight of the Seven Kingdoms อัศวินแห่งเจ็ดราชอาณาจักร เรื่องเล่าของอัศวินพเนจรที่ดีที่สุดในจักรวาล GoT

ข้อมูลซีรีส์

  • ปีที่ฉาย: 2026
  • หมวดหมู่: แฟนตาซี / ดราม่า / คอมเมดี้-ดราม่า
  • ผู้กำกับ: Owen Harris (ผู้กำกับตอนสำคัญของซีซัน 1)
  • ความยาว: ซีซันแรก 6 ตอน ความยาวตอนละประมาณ 31–42 นาที
  • วันเข้าฉาย: 18 มกราคม 2026 (HBO / HBO Max)
  • คะแนน IMDb: 8.4/10 (อ้างอิงหน้าคะแนน IMDb)

ดูซีรีส์ A Knight of the Seven Kingdoms อัศวินแห่งเจ็ดราชอาณาจักร

รีวิวซีรีส์ A Knight of the Seven Kingdoms

ถ้าคุณคาดหวังความอลังการแบบ Game of Thrones ซีรีส์นี้ “ลดสเกล” ลงชัดเจน แต่กลับกลายเป็นจุดแข็ง เพราะ A Knight of the Seven Kingdoms เลือกเล่าเรื่องแบบใกล้ตัวกว่า ผ่านคู่หู “ดังก์และเอ้ก” ที่พาเราเดินทางไปตามถนนฝุ่น ๆ ของเวสเทอรอส แทนการพุ่งชนการเมืองระดับอาณาจักร ทำให้โทนเรื่องออกมาเป็น ผจญภัยกึ่งบัดดี้-ดราม่า ที่ดูง่ายขึ้นและมีหัวใจมากขึ้นในหลายฉาก

หลายสื่อมองตรงกันว่านี่คือซีรีส์ที่ “ไม่พยายามเป็นภาคต่อของ GoT” แต่ตั้งใจเป็นเรื่องเล่าของคนธรรมดาในโลกเดียวกัน—และมันเวิร์ก เพราะแกนของเรื่องอยู่ที่ศีลธรรม ความกล้าหาญ และการเติบโตของตัวละคร มากกว่าการโชว์อำนาจหรือสงครามใหญ่ ผู้สร้าง/โชว์รันเนอร์ Ira Parker ก็ให้ภาพชัดว่าซีรีส์ตั้งใจเดินทางในมุมที่เรียบง่าย ซื่อตรง และเน้นคาแรกเตอร์เป็นหลัก

ด้านการแสดง กระแสชมไปที่ความสัมพันธ์ของ Peter Claffey (Ser Duncan “Dunk” the Tall) กับ Dexter Sol Ansell (Aegon “Egg” Targaryen) ที่ทำให้เรื่องมีทั้งความอบอุ่นและความขำแบบไม่ฝืน—ดังก์คืออัศวินพเนจรที่หัวแข็งแต่ใจดี ส่วนเอ้กคือเด็กฉลาดเกินวัยที่มีความลับใหญ่กว่าที่ดังก์คิด พอจับคู่กันแล้วเกิดจังหวะ “คนพยายามทำดีในโลกโหด ๆ” ที่ดูแล้วเอาใจช่วยง่าย

ในฝั่งเสียงวิจารณ์ภาพรวมค่อนข้างบวก—มีบทสรุปจากฝั่งสื่อรวมรีวิวว่าซีรีส์เป็นการ “กลับเวสเทอรอสแบบสดใหม่” เพราะเล่นกับโทนบัดดี้/ผจญภัยมากขึ้น และคะแนนรวมจากหลายสำนักอยู่ในระดับน่าพอใจ (เช่น คะแนนถัวเฉลี่ยนักวิจารณ์ของ Metacritic อยู่โซน “generally favorable”) ขณะเดียวกันก็มีเสียงติติงจากบางสำนักที่รู้สึกว่าโทนเรื่องค่อนข้างหม่นและจังหวะเล่าอาจไม่เร้าใจเท่าที่หวัง โดยเฉพาะถ้าเทียบกับความ “ไฟลุก” แบบ GoT

สรุปแล้ว A Knight of the Seven Kingdoms เหมาะกับคนที่อยากได้เวสเทอรอสแบบ “เล็กลงแต่เข้มขึ้น”—ดูเพลิน มีมุก มีความอบอุ่น และมีเส้นเรื่องเกียรติ/ศักดิ์ศรีที่ค่อย ๆ บีบหัวใจ ถ้าคุณชอบเรื่องเล่าแนวอัศวินพเนจร+เด็กคู่หู ที่ค่อย ๆ โตไปด้วยกันในโลกโหด ซีรีส์นี้มีโอกาสเป็นหนึ่งในสปินออฟที่ทำให้แฟน Game of Thrones ยิ้มได้จริง ๆ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
รีวิว Can This Love Be Translated? ซีรีส์โรแมนติกทดสอบความรักที่ชัดยิ่งกว่า ‘ภาษา’ จะบอกได้
รีวิวซีรีส์ The Manipulated (2025) นำแสดงโดย จีชางอุค, D.O. และอีกวางซู
รีวิวซีรีส์ Dear X เหลี่ยมมายามรณะ (2025) | เมื่อนางเอกหน้าหวาน คิม ยู-จ็อง ต้องรับบทฆาตรกรโรคจิต
รีวิวซีรีส์ MONSTER- The Ed Gein Story ปีศาจ เรื่องราวของเอ็ด กีน (2025)
รีวิวซีรีส์ Genie, Make a Wish จีนี่ ปาฏิหาริย์รักซ่อนกล (2025)
รีวิวซีรีส์ Bon Appétit, Your Majesty เมนูรักพิชิตใจราชา (2025) | Netflix