รีวิวแอนิเมชั่น Demon Slayer Kimetsu no Yaiba Infinity Castle ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต (2025)

รีวิวแอนิเมชั่น Demon Slayer Kimetsu no Yaiba Infinity Castle ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต (2025)
  • ชื่อหนัง: Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba – Infinity Castle (ดาบพิฆาตอสูร ภาคปราสาทไร้ขอบเขต)
  • ปีที่ฉาย: 2025
  • หมวดหมู่: แอนิเมชัน, แอ็กชัน, แฟนตาซี, ดราม่า
  • ผู้กำกับ: Haruo Sotozaki
  • ความยาว: ประมาณ 120 นาที (ภาคแรกของไตรภาค)
  • วันเข้าฉาย: 20 กุมภาพันธ์ 2025 (ญี่ปุ่น และในหลายประเทศพร้อมกัน)
  • คะแนน IMDb: 8.9/10 (อัปเดตล่าสุด)
  • นักแสดง (พากย์เสียง):
    • นัตสึกิ ฮานาเอะ (Natsuki Hanae) พากย์เสียง ทันจิโร่ คาเมโดะ
    • อะกะริ คิโตะ (Akari Kito) พากย์เสียง เนซึโกะ คาเมโดะ
    • ฮิโร ชิมอโนะ (Hiro Shimono) พากย์เสียง เซนิตสึ อากาสึมะ
    • โยชิสึงุ มัตสึโอกะ (Yoshitsugu Matsuoka) พากย์เสียง อิโนะสุเกะ ฮาชิบิระ
    • อากิโอะ โอสึกะ (Akio Otsuka) พากย์เสียง มุซัน คิบุตสึจิ
    • อากิระ อิชิดะ (Akira Ishida) พากย์เสียง อคาซะ

เรื่องย่อ

หลังจากผ่านการฝึกฝนและต่อสู้ยาวนาน ในที่สุด ทันจิโร่ และสหายจากหน่วยพิฆาตอสูรก็ถูกดึงเข้าสู่ Infinity Castle – ปราสาทไร้ขอบเขต ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของ มุซัน คิบุตสึจิ ต้นกำเนิดของเหล่าอสูร และคือจุดเริ่มต้นของสงครามครั้งสุดท้าย

ตัวปราสาทถูกสร้างขึ้นเหมือนเขาวงกตที่ไร้ทางออก พื้นที่และโถงบิดเบี้ยวราวกับโลกที่มีชีวิต ขณะเดียวกันเหล่า เสาหลัก (Hashira) ต้องรวมพลังต่อสู้กับอสูรข้างขึ้นระดับสูงที่ซ่อนตัวอยู่ในนั้น หนึ่งในการปะทะสำคัญคือการกลับมาของ อคาซะ (Akaza) ที่เป็นคู่ต่อสู้ผู้ทรงพลังและโหดเหี้ยม

เรื่องราวในภาคนี้ไม่ได้มีเพียงฉากต่อสู้สุดยิ่งใหญ่ แต่ยังลงลึกถึงการเสียสละ ความเจ็บปวด และการเติบโตของแต่ละตัวละคร โดย Infinity Castle คือเวทีสุดท้ายที่จะตัดสินชะตาของทั้งมนุษย์และปีศาจ

รีวิว

ภาค Infinity Castle ถือว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่แฟนมังงะรอคอย และการดัดแปลงออกมาเป็นภาพยนตร์ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง จุดแข็งที่สุดคือ งานภาพจากสตูดิโอ Ufotable ที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น ทุกฉากต่อสู้ในปราสาทเต็มไปด้วยลูกเล่นด้านมุมกล้อง แสง สี และการเคลื่อนไหวที่อลังการ สมกับการเป็น “สงครามครั้งสุดท้าย” ของซีรีส์

การเล่าเรื่องในภาคนี้แม้จะเข้มข้นและเต็มไปด้วยการต่อสู้ แต่ก็ยังไม่ลืมใส่ “มิติทางอารมณ์” ให้ตัวละคร โดยเฉพาะฉากที่ Hashira แต่ละคนได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่ทดสอบทั้งร่างกายและหัวใจ ผู้ชมจะได้เห็นการสานต่อพัฒนาการของทันจิโร่ เนซึโกะ และเพื่อน ๆ ที่ยืนหยัดจนถึงบทสุดท้าย

เสียงวิจารณ์จากแฟน ๆ ส่วนใหญ่ยกให้ภาคนี้เป็นหนึ่งในผลงานที่ “ครบเครื่องที่สุด” ของแฟรนไชส์ ทั้งความดราม่า การต่อสู้สุดมันส์ และบรรยากาศตึงเครียดที่ทำให้คนดูแทบหยุดหายใจ แต่ก็มีบางเสียงที่บอกว่า เนื้อหาในภาคนี้ค่อนข้างเข้มข้นและมืดหม่น อาจทำให้ผู้ชมที่เพิ่งเข้ามาตามไม่ทัน

โดยรวมแล้ว Demon Slayer: Kimetsu no Yaiba – Infinity Castle (2025) คือภาพยนตร์อนิเมะที่แฟน ๆ ไม่ควรพลาด ทั้งในฐานะบทสรุปของมหากาพย์ และในฐานะงานศิลป์ที่ยืนยันว่าซีรีส์ Kimetsu no Yaiba คือหนึ่งในปรากฏการณ์ระดับโลกของอนิเมะยุคใหม่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง
รีวิวหนัง Night Always Comes คืนวันอันตราย (2025) | Netflix
รีวิวหนัง Tha Rae The Exorcist ท่าแร่ (2025)
รีวิวหนัง I Am Legend ไอ แอม เลเจนด์ ข้าคือตำนานพิฆาตมหากาฬ (2007) | หนังซอมบี้ในตำนาน
รีวิวหนัง Umjolo There Is No Cure (2025)
รีวิวหนัง Yadang: The Snitch ทรชนคนสองหน้า (2025)
รีวิวหนัง 11 Rebels (2024)